ภาพในจินตนาการของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะกับดาวฤกษ์ของมัน.jpg Author: flflflflfl/Pixabay

TESS ดาวเทียมดวงใหม่ของ NASA มุ่งหวังล่าดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

ตรวจพบส่วนเสริม Ad Blocker

เว็บไซต์ของเรา เชื่อในประสบการณ์การรับชมของผู้ชม แต่อย่างไรก็ตามเว็บไซต์ของเราขับเคลื่อนด้วยโฆษณาจากผู้สนับสนุน โปรดพิจารณาละเว้นการบล็อคโฆษณาด้วยส่วนเสริม ad-block | ขอบพระคุณอย่างยิ่งที่ให้การสนับสนุน

เรียบเรียงโดย Thaiphysicsteacher.com


     เมื่อวันที่ 18 เมษายน เวลาเกือบแปดโมงตามเวลาท้องถิ่นใน Florida จรวด Falcon 9 ของ SpaceX ขนส่งดาวเทียม TESS ขึ้นสู่อวกาศ หวังปูพรมหาดาวเคราะห์ที่อยู่นอกระบบสุริยะของเรา

     ดาวเทียม TESS หรือชื่อเต็มว่า “Transiting Exoplanet Survey Satellite” เป็นดาวเทียมที่ NASA ดวงใหม่ ใช้สำรวจหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (Exoplanet) ตัวยานประกอบไปด้วยเครื่องมือสำคัญๆ ได้แก่

  • กล้อง Full-Frame จำนวน 4 ตัว ใช้สำหรับถ่ายภาพท้องฟ้าเป็นบริเวณกว้าง
  • แผงโซลาเซลล์ 4 แผง ใช้เป็นแหล่งพลังงานให้กับเครื่องมือต่างๆ

อยู่ห่างจากโลกไกลออกไปเกือบถึงดวงจันทร์

     การขนส่ง TESS ขึ้นสู่วงโคจรจะใช้เวลา 13.7 วัน โดยใช้จรวดขับดันถึง 6 ตัว เพื่อต้านแรงโน้มถ่วงของโลกไปให้ถึงตำแหน่งที่ต้องการ และยังต้องใช้เวลาอีก 60 วันในการตรวจสอบและทดลองเครื่องมือต่างๆว่ายังใช้งานได้หรือไม่ ถึงจะเริ่มเข้าสู่ภารกิจสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

ความร่วมมือจาก MIT นำไปสู่การถ่ายรูปท้องฟ้ารอบทิศทาง

     MIT เป็นผู้ออกแบบและพัฒนากล้องให้สามารถถ่ายท้องฟ้าได้รอบทิศทาง โดยแบ่งการสำรวจออกเป็น 2 ช่วง

  • ปีที่แรก – ดาวเทียม TESS จะถ่ายรูปท้องฟ้าเป็นจำนวน 13 ส่วน ในท้องฟ้าซีกใต้
  • ปีที่สอง – ถ่ายรูปท้องฟ้าอีก 13 ส่วน ในท้องฟ้าซีกเหนือ

     เมื่อนำรูปมาประกอบกันจะทำให้เราได้ภาพท้องฟ้า 26 ส่วน หรือเกือบครอบคลุมรอบทิศทางเลยทีเดียว

TESS หา Exoplanet ได้อย่างไร

     ดาวเทียม TESS จะค้นหา Exoplanet ซึ่งอยู่ห่างจากโลกไปประมาณ 300 – 3,000 ปีแสง สามารถตรวจจับแสงดาวฤกษ์ที่มีความสว่าง 30 – 100 เท่าเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีจากกล้องของดาวเทียม Kepler ที่ใช้ในภารกิจคล้ายๆกัน

หากสังเกตชื่อของดาวเทียม TESS จะมีคำว่า “Transiting” ซึ่งหมายถึง “การโคจรผ่านหน้าดาวฤกษ์ของดาวเคราะห์บริวาร” ดังรูปด้านล่าง

ปรากฎการณ์ Transit

ปรากฎการณ์ Transit Author: Comfreak/Pixabay

     เมื่อดาวเคราะห์ผ่านหน้าดาวฤกษ์ จะทำให้แสงสว่างของดาวฤกษ์เปลี่ยนค่าไป ดาวเทียม TESS จะตรวจจับการเปลี่ยนแปลงความสว่างดังกล่าว หากเกิดขึ้นจริง แสดงว่าดาวฤกษ์ดวงนั้นมีดาวเคราะห์บริวารนั่นเอง หากนำข้อมูลเชิงแสงที่ได้มาไปวิเคราะห์ด้วยกระบวนการ Spectroscopy – ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับการดูดกลืนและปลดปล่อยแสงของดาว จะทำให้เราประมาณขนาดมวลของดาวเคราะห์ ความหนาแน่น และองค์ประกอบของชั้นบรรยากาศได้ และที่สำคัญที่สุด ถือเป็นหัวใจหลักของภารกิจนั่นก็คือ ประเมินสภาพความเป็นไปได้ที่ดาวเคราะห์นั้นจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

Read Original Article and More Detail & Media
NASA Planet Hunter on Its Way to Orbit.”. [Online]. via : NASA 2018.
TESS MISSION.”. [Online]. via : NASA 2018.

ถ้ารู้สึกว่าบทความนี้อ่านง่ายอ่านคล่อง Share เลยครับ
  • 24
    Shares



Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.