ความเป็นไปได้ในการสร้างชุมชนบนดวงจันทร์

ตรวจพบส่วนเสริม Ad Blocker

เว็บไซต์ของเรา เชื่อในประสบการณ์การรับชมของผู้ชม แต่อย่างไรก็ตามเว็บไซต์ของเราขับเคลื่อนด้วยโฆษณาจากผู้สนับสนุน โปรดพิจารณาละเว้นการบล็อคโฆษณาด้วยส่วนเสริม ad-block | ขอบพระคุณอย่างยิ่งที่ให้การสนับสนุน

เรียบเรียงโดย Thaiphysicsteacher.com


     ในปี 2040 ผู้คนนับร้อยจะได้อาศัยอยู่บนดวงจันทร์ ละลายน้ำจากน้ำแข็งที่มีอยู่บนดวงจันทร์ มีบ้านและเครื่องมือที่สร้างจากเครื่องพิมพ์สามมิติ กินผักที่ปลูกบนดินของดวงจันทร์ และมีกีฬาใหม่ๆที่เรียกว่า “Flying Sports” (การแข่งขันกีฬาที่ผู้เล่นเสมือนว่าบินได้จากความโน้มถ่วงต่ำ)

ความเป็นไปได้

     สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นอาจเหมือนในหนังวิทยาศาสตร์ แต่ผู้เชี่ยวชาญนามว่า Bernard Foing จากองค์การอวกาศยุโรป (ESA) กล่าวว่าการสร้างชุมชนบนดวงจันทร์ (Moon Village) นั้นมีความเป็นไปได้สูงด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน

     Foing เปรียบเทียบว่าในสมัยก่อนเมื่อมีทางรถไฟเกิดขึ้น (เปรียบเสมือนการขนส่งอวกาศ) ต่อมาก็มีชุมชนหมู่บ้านเกิดขึ้น (เปรียบเสมือนชุมชนที่จะสร้างบนดวงจันทร์) และหลังจากนั้นก็ตามมาด้วยการค้าขายและธุรกิจต่างๆ และตอนนี้มนุษยชาติมีระบบขนส่งอวกาศที่มีต้นทุนถูกลงเรื่อยๆ (ส่วนใหญ่มาจากงานวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของ SpaceX)

ชุมชนรถไฟ

การก่อตั้งชุนชนมักมาคู่กับเส้นทางคมนาคม อย่างในสมัยก่อนเส้นทางรถไฟเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก มักจะมีชุมชนก่อตัวขึ้นรอบๆ ตามมาด้วยธุรกิจการค้าต่างๆ Credit stgeorgemr CC0

     Foing ทำนายว่าในปี 2030 จะมีนักบุกเบิกอาศัยอยู่บนดวงจันทร์ 6 – 10 คนแรก ส่วนใหญ่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักเทคนิค วิศวกร และจะทยอยเพิ่มขึ้นถึง 100 คนในปี 2040

และเราอาจจะได้เห็นทารกคนแรกที่เกิดบนดวงจันทร์ — Bernard Foing

     ในขณะเดียวกันประธาน ESA – Jan Woerner เสนอไอเดียว่าในอนาคตเราอาจจะย้ายวงโคจรของสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ไปโคจรรอบดวงจันทร์เพื่อสนับสนุนการสร้างชุนชนบนดวงจันทร์อย่างถาวรก็เป็นได้ เพราะไหนๆ สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) จะถูกปลดประจำการในปี 2024

เปิดตลาดอุตสาหกรรมใหม่

     นักฟิสิกส์นามว่า Vidvuds Berldavs จากมหาวิทยาลัยลัตเวียกล่าวว่า “ทุกวันนี้เรายังไม่เห็นผู้นำสูงสุดของโลกคนใดที่จะสนใจตั้งชุมชนบนดวงจันทร์ ทั้งๆที่มีความเป็นไปในการเปิดตลาดอุตสาหกรรมใหม่ๆมากมาย”

     นอกจากนี้เขายังกล่าววว่าหินบะซอลต์บนดวงจันทร์มีคุณภาพมากพอที่จะนำมาทำดาวเทียมจากเครื่องพิมพ์สามมิติในราคาที่ถูกกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนในการปล่อยดาวเทียมจากโลกที่แรงโน้มถ่วงสูงกว่า (ดาวเทียมขนาดเท่ากัน ถ้าปล่อยจากโลกจะใช้ต้นทุนในการสร้างจรวดขับดันสูง จะดีกว่าไหมถ้าสร้างดาวเทียมบนดวงจันทร์ใช้วัตถุดิบที่หาได้บนดวงจันทร์และปล่อยบนดวงจันทร์เสียเลย เพราะแรงโน้มถ่วงต่ำกว่า)

จรวด Falcon 9

SpaceX ใช้จรวด Falcon 9 ในการขนส่งดาวเทียมให้กับตัวเองและรับส่งดาวเทียมให้กับหน่วยงานภายนอกอย่าง NASA หรือดาวเทียมของ Facebook

     SpaceX ของ Elon Musk ก็มีโครงการเป็นของตัวเองแยกต่างหากจากองค์การอวกาศยุโรป โดยตั้งเป้าว่าจะส่งมนุษย์สองคนเดินทางไปดวงจันทร์ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ในขณะที่ Blue Origin บริษัทที่ทำวิจัยเกี่ยวกับอวกาศของ Amazon โดยมี Jeff Bezos เป็นผู้ก่อตั้งก็มีแผนการที่จะส่งดาวเทียมของโลกขนาด 5 ตันสู่อวกาศ ซึ่งเป็นความท้าทายใหม่ในการขนส่งของของมนุษยชาติเลยทีเดียว

Read Original Article and More Detail & Media
“Fly me to the Moon: For some, lunar village takes shape”. [Online]. via : AFP 2017.

ถ้ารู้สึกว่าบทความนี้อ่านง่ายอ่านคล่อง Share เลยครับ
  • 24
    Shares



Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.