ภาพวาดโมนาลิซ่าเป็นหนึ่งในภาพวาดที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากของจิตรกรชื่อดัง Leonardo Da Vinci PublicDomain/Pixabay

อัจฉริยภาพของเลโอนาร์โด ดา วินชี อาจเป็นผลพวงมาจากปัญหาด้านดวงตา

ตรวจพบส่วนเสริม Ad Blocker

เว็บไซต์ของเรา เชื่อในประสบการณ์การรับชมของผู้ชม แต่อย่างไรก็ตามเว็บไซต์ของเราขับเคลื่อนด้วยโฆษณาจากผู้สนับสนุน โปรดพิจารณาละเว้นการบล็อคโฆษณาด้วยส่วนเสริม ad-block | ขอบพระคุณอย่างยิ่งที่ให้การสนับสนุน

เรียบเรียงโดย Thaiphysicsteacher.com

 เลโอนาร์โด ดา วินชีมีสภาพดวงตาที่แตกต่างจากคนทั่วไปทำให้เขามีความสามารถในด้านศิลปะสูงมาก สามารถสร้างงานรูปทรง 3 มิติในงานประติมากรรมหรืองาน Painting ได้ไม่ยาก

 ตามงานวิจัยของศาสตราจารย์ไทเลอร์แห่งมหาวิทยาลัยลอนดอน พบหลักฐานจากกงานวิจัยที่เชื่อว่าจิตรกรชาวอิตาเลียนผู้ยิ่งใหญ่คนนี้มีปัญหาทางการมองเห็นหรือที่เรียกว่า Strabismus

 ซึ่งเป็นอาการที่ดวงตาทั้งสองไม่ได้โฟกัสไปจุดเดียวกัน หรืออีกนัยหนึ่งตาของเจ้าของในแต่ละข้างสามารถมองจุดโฟกัสที่แยกกันได้

This slideshow requires JavaScript.

 ศาสตราจารย์ไทเลอร์ค้นพบโดยการวัดมุมมองผ่านภาพทั้ง 6 ภาพที่มีชื่อเสียงของดาวินชีและแพงที่สุดตลอดกาล เช่น

  1. David (Andrea del Verrocchio)
  2. Young Warrior (Andrea del Verrocchio)
  3. Salvator Mundi (da Vinci)
  4. Young John the Baptist (da Vinci)
  5. Vitruvian Man (da Vinci)
  6. da Vinci self-portrait

This slideshow requires JavaScript.

 ผลการวิจัยพบว่าดาวินชีวาดรูปโดยใช้ตาที่แตกต่างกัน ตาข้างหนึ่งใช้สำหรับสร้างมุมมองภาพ 3 มิติ (โดยดูความลึกตื้นขององค์ประกอบ) ขณะวาดรูป และตาอีกข้างหนึ่งช่วยประเมินภาพรวมจึงทำให้เขาวาดรูป 3 มิติบนแคนวาส (Canvas) ได้อย่างสมจริง และวาดง่ายขึ้น ต่างจากคนปกติที่ต้องกวาดตาทั้งสองไปไปพร้อม ๆ กันอย่างเลี่ยงไม่ได้

 นอกจากดาวินซีแล้วศาสตราจารย์ไทเลอร์เชื่อว่าจิตรกรชื่อดังระดับโลกหลายท่านก็อาจจะมีภาวะ Strabismus คล้ายกับดาวินชี เช่น Rembrandt หรือแม้กระทั่ง Picasso

 งานวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Ophthalmology เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา

ถ้าบทความนี้อ่านคล่องอ่านง่ายแชร์เลยครับ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.