ภาพในจินตนาการของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะกับดาวฤกษ์ของมัน.jpg Author: flflflflfl/Pixabay

Helium ถูกตรวจพบในชั้นบรรยากาศ Exoplanet เป็นครั้งแรก

ตรวจพบส่วนเสริม Ad Blocker

เว็บไซต์ของเรา เชื่อในประสบการณ์การรับชมของผู้ชม แต่อย่างไรก็ตามเว็บไซต์ของเราขับเคลื่อนด้วยโฆษณาจากผู้สนับสนุน โปรดพิจารณาละเว้นการบล็อคโฆษณาด้วยส่วนเสริม ad-block | ขอบพระคุณอย่างยิ่งที่ให้การสนับสนุน

เรียบเรียงโดย Thaiphysicsteacher.com

 ขณะที่ดาวเคราะห์ WASP-107b โคจรผ่านหน้าดาวฤกษ์ชนิด K-Type ทำให้นักดาราศาสตร์สามารถตรวจจับได้ว่าชั้นบรรยากาศของมันมีแก๊ส Helium เป็นองค์ประกอบ

 นักวิจัยนำโดย Jessica Spake จากมหาวิทยาลัย Exeter ร่วมกับ ESA และ NASA ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Hubble สำรวจดาวเคราะห์ต่างระบบ (Exoplanet) ดวงหนึ่งชื่อว่า WASP-107b ตั้งอยู่ในกลุ่มจักรราศี Virgo มันมีขนาดใหญ่กว่าดาวเนปจูนของเรา

 งานวิจัยถูกตีพิมพ์ในวารสาร Nature ในหัวข้อ Helium in the eroding atmosphere of an exoplanet เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมา แต่การตรวจพบ Helium บนดาวเคราะห์ต่างระบบนั้นมีมาตั้งแต่ปี 2017

ลูกโป่งบรรจุแก๊ส Helium

ลูกโป่งลอยได้ส่วนใหญ่จะบรรจุด้วยแก๊ส Helium เนื่องจากเป็นแก๊สเฉื่อยไม่ติดไฟ SookyungAn/Pixabay

ค้นพบแก๊ส Helium ได้อย่างไร

 เมื่อดาวเคราะห์เคลื่อนผ่านหน้าดาวฤกษ์ของมัน หรือเรียกปรากฏการณ์ Transit แสงจากดาวฤกษ์จะหักเหผ่านชั้นบรรยากาศ บางส่วนทะลุผ่าน บางส่วนสะท้อนกลับหมดภายใน ทำให้เราสามารถตรวจจับสีของแก๊ส (Spectroscopy) และบ่งชี้ได้ว่ามีแก๊ส Helium บนดาว WASP-107b ได้

 ข้อมูลที่นักดาราศาสตร์ตรวจจับได้บ่งชี้อีกว่าสัญญาณตรวจจับแก๊ส Helium นั้นมีความเข้มสูงมากและกินบริเวณกว้าง แสดงให้เห็นว่าดาวเคราะห์ดังกล่าวมีชั้นบรรยากาศที่ประกอบไปด้วยเมฆ Helium กว้างเป็นหมื่นๆกิโลเมตร และต่อไปนักวิจัยจะใช้วิธีนี้เมื่อกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb พร้อมใช้งานในอนาคต

 ทั้งนี้แก๊ส Helium เป็นธาตุที่พบได้มากที่สุดเป็นอันดับสองในเอกภพ (อันดับหนึ่งคือ ไฮโดรเจน) ค้นพบครั้งแรกในปี 1868 โดยนักดาราศาสตร์ Norman Lockyer คำว่า Helium มาจากรากศัทพ์คำว่า Helios – เทพแห่งดวงอาทิตย์ตามตำนานเทพนิกายกรีก

ถ้าบทความนี้อ่านคล่องอ่านง่ายแชร์เลยครับ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: